Posted by: Je L | สิงหาคม 22, 2008

เทคนิคการอ่าน ของนักอ่าน

เทคนิคการอ่าน ของนักอ่าน

SQ3R Survey (สำรวจ) Question (ตั้งคำถาม) Read (อ่าน)
Recall (ฟื้นความจำ) และ Review (ทบทวน)
PQRST Preview (อ่านคร่าว ๆ ล่วงหน้า) Question (ตั้งคำถาม)
Read (อ่าน) Summary (ย่อ) Test (ทดสอบ)
PAGE Prepare (เตรียมตัว) Ask (ถาม) Gather (รวบรวม)
Evaluate (ประเมิน) ในบรรดาวิธีการต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้นนี้
จะเลือกวิธีใดก็ได้ที่เหมาะสมกับตนเอง แต่วิธีที่มีผู้นิยมใช้กันมากได้แก่ SQ3R ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
SQ3R Survey (สำรวจ) :
สำรวจดูว่าหนังสือเล่มนี้มีหัวข้อเกี่ยวกับเรื่องอะไร ? ใครเป็นคนเขียน ? มีพื้นฐาน
ความรู้อย่างไร ? พิมพ์เมื่อไร ?
อ่านคำแนะนำและศึกษาว่าผู้เขียนต้องการเขียนตำราเล่มนี้เพื่อให้บุคคลกลุ่มใดอ่าน
มีจุดประสงค์จะครอบคลุมเรื่องใดบ้าง ผู้เขียนแนะนำวิธีการอ่านหรือไม่
เนื้อหาในหนังสือกล่าวถึงอะไรบ้าง
อ่านดรรชนี เพื่อหาบทความที่เฉพาะเจาะจง
มีภาพประกอบ/แผนภูมิหรือไม่
มีการสรุปย่อแต่ละบทหรือไม่
มีสัญลักษณ์บ่งชี้ เช่น ขนาดตัวอักษร การขีดเส้นใต้ ลำดับความสำคัญของการจัดวาง
หัวข้อซึ่งบ่งบอกถึงระดับความสำคัญของแต่ละหัวข้อ
Question (ตั้งคำถาม) :
ก่อนอ่านหนังสือ นักศึกษาน่าจะมีคำถามในใจไว้ล่วงหน้าว่าเราจะอ่านหนังสือเล่มนี้เพื่ออยากรู้อะไร ? อยากตอบคำถามอะไร ?
คำถามเหล่านั้น อาจมาจากห้องเรียนหรืออาจมาจากตัวนักศึกษาเองก็ได้
Read (อ่าน) :
อ่านครั้งที่ 1
อ่านอย่างเร็วพยายามเจาะหาประเด็นสำคัญของแต่ละบท แต่ละหัวข้อ แต่ละย่อหน้า
อย่ามัวแต่ขีดเส้นใต้ หรือป้ายปากกาสี ควรทำเครื่องหมายด้วยดินสอและเขียนอย่างเบา ๆ
อย่ามัวแต่จดบันทึกเพราะจะทำให้สมาธิในการอ่านลดลง
อ่านครั้งที่ 2
อ่านซ้ำอีกครั้ง คราวนี้ทำเครื่องหมายข้อความที่สำคัญ
รวบรวมประเด็นต่าง ๆ เข้าด้วยกัน
ลองประเมินเนื้อหา (หากเป็นข้อโต้แย้งให้พิจารณาว่าอ่านแล้วดูมีเหตุผลหรือไม่ ข้อมูลที่
บอกในหนังสือดูขัดกับความจริง หรือความรู้ที่นักศึกษาเคยรู้มาหรือไม่)
สรุปเนื้อหา เพื่อง่ายต่อการรื้อฟื้นความจำในภายหลัง
Recall (ฟื้นความจำ) :
เมื่อสิ้นสุดเนื้อหาของแต่ละบท บันทึกย่อ อย่าย่อชนิดยาวจนเกินเหตุ ซึ่งเป็นการแสดงว่า
นักศึกษายังจับประเด็นไม่ถูกต้อง
Review (ทบทวน) :
สำรวจดูหัวข้อ (ชื่อ) ของหนังสือ หัวข้อและเนื้อหาโดยย่อของแต่ละบท
ตรวจสอบว่าเนื้อหาที่มีนั้น ตอบคำถามที่นักศึกษามีไว้ในใจหรือไม่
อ่านอีกครั้ง เพื่อแน่ใจว่าเราเก็บประเด็นสำคัญของหนังสือได้หมด
เติมสิ่งที่ขาดตกบกพร่องวิธี SQ3R ดูเสมือนเป็นวิธีที่มีขั้นตอนมากแต่ก็เป็นวิธีที่จัดการอ่านอย่างเป็นระบบ และได้ ผล อย่างไรก็ตามวิธี SQ3R อาจไม่เหมาะสำหรับการอ่านหนังสือบางเล่ม มีผู้แนะนำเทคนิคบางอย่างที่ใช้กันในระบบคอมพิวเตอร์ได้แก่ “Scan – Search – Save” มาใช้เป็นเทคนิคการอ่านตำรา
Scan (ทบทวน) : ได้แก่การอ่านเนื้อหาอย่างหยาบ ๆ และรวดเร็ว เพื่อจับใจความว่าหนังสือนี้ประกอบด้วยบทใดบ้าง มีบทนำ การเรียงลำดับหัวข้อเป็นเช่นใด มีแผนภูมิ รูปภาพประกอบมากน้อยเพียงใด
Search(ทบทวน) :
หาบทที่มีเนื้อหาตรงกับความต้องการ
หาคำตอบ เพื่อตอบคำถามที่ตั้งไว้
ทำเครื่องหมาย (ใช้ดินสอ เขียนเบา ๆ)
ศึกษาเนื้อหาในแต่ละย่อหน้าที่ตรงกับจุดประสงค์

Save(ทบทวน) :
เก็บข้อมูล เนื้อหา ของโครงสร้างของแต่ละบท
จดเนื้อหาที่สำคัญ
อัตราความเร็วในการอ่าน
ประสิทธิภาพในการอ่านหนังสือตำรานั้น มีผู้ประเมิน โดยคิดเป็นอัตราของคำต่อนาที ดังนี้
ถ้าตำรานั้นอ่านยาก ควรใช้เวลา 100-200 คำต่อนาที
ถ้าตำรานั้นอ่านยากปานกลาง ควรใช้เวลา 200-400 คำต่อนาที
ถ้าอ่านเพื่อให้ได้เนื้อหากว้าง ๆ ควรใช้เวลา 500-1000 คำต่อนาที
ถ้าอ่านอย่างรวดเร็ว พอสังเขปควรใช้เวลา 1000-1500 คำต่อนาที
จะปรับปรุงการอ่านให้เร็วขึ้นได้อย่างไร
มีผู้ให้ข้อสังเกตว่า เนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในตำรานั้น ประมาณสองในสามเป็นการเขียนตามหลักภาษาเพื่อให้ถูกต้องตามรูปแบบและไวยากรณ์ มากกว่าที่จะเป็นเนื้อหาที่แท้จริง ดังนั้น ถ้านักศึกษาพะวงต่อการอ่านทุกคำ จะทำให้ความเร็วในการอ่านลดลง การอ่านเร็ว มิได้หมายความว่า ความเข้าใจ และการจดจำเนื้อหาจะลดลง แต่การอ่านไปหมดทุกวรรคทุกตอนจะทำให้ทั้งสายตา และจิตใจของนักศึกษา ต้องพะวักพะวงกับเนื้อหาที่มากเกินควร การอ่านอย่างมีวินัยมีระเบียบจะช่วยทำให้ประสิทธิภาพการอ่านดีขึ้น นักศึกษาอาจลองใช้วิธีการต่อไปนี้
หัดเตรียมตัว
อ่านอย่างกว้าง ๆ เพื่อจับประเด็นของเนื้อหาที่มีอยู่ในหนังสือ (การมีภูมิหลังเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านมาบ้างแล้ว จะช่วยให้นักศึกษาเข้าใจเนื้อหาได้เร็วขึ้น)
อ่านอย่างมีจุดประสงค์ ตั้งใจและพยายามอ่านให้ทันตามเวลาที่เรากำหนด วิธีบังคับตนเองไม่ให้อ่านตามสบายชนิดตามใจตน กระทำได้โดยการลากปากกาหรือดินสอชี้นำไปตามบรรทัด นอกจากนี้จะต้องไม่ให้มีสิ่งใดมารบกวนสมาธิขณะอ่านด้วย
ละทิ้งนิสัยการอ่านที่ไม่ดี ได้แก่
. หยุดที่คำใดคำหนึ่งโดยเฉพาะ พยายามขยายกรอบของเนื้อหาให้มากขึ้น จะได้เข้าใจ
ประเด็นได้ง่ายขึ้น
. อ่านย้อนกลับไปกลับมา วิธีนี้ทำให้เสียเวลา และมีผลทำให้การเชื่อมต่อข้อความไม่ปะติดปะต่อ ทำให้จำเนื้อหาไม่ได้
พยายามลดความเมื่อยล้าของสายตาโดย
ตรวจสุขภาพสายตาเสียบ้าง
ให้หนังสืออยู่ห่างจากสายตาประมาณ 40 ซม. เพื่อขยายกรอบของการมองเห็น และลด
การเคลื่อนไหวของสายตาฝึกฝนตนให้เป็นผู้อ่านชั้นเยี่ยม
มือข้างหนึ่งใช้พลิกหน้ากระดาษ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งให้ลากลงมาตามบรรทัดวิธีนี้จะเป็นการควบคุมสายตา ให้เห็นคำที่จะอ่านในแต่ละครั้งมากขึ้น บังคับมิให้สายตาจ้องจดอยู่ที่คำใดคำหนึ่ง และยังเป็นการฝึกตนเองให้มีวินัยและมีสมาธิในการอ่านอีกด้วย
กวาดสายตาไปทั่วทั้งหน้ากระดาษภายใน 5 วินาที นักศึกษาอาจจะคิดว่าไม่ได้อ่านอะไรเลย แต่นักศึกษาจะสามารถจับคำสำคัญได้อย่างรวดเร็ว และถ้าหน้าไหนอ่านยากก็อาจกลับมาอ่านอย่างช้า ๆ ได้ในภายหลัง
ฝึกทำเช่นนี้อย่างน้อยวันละ 5 นาที ภายใน 1-2 เดือน นักศึกษาจะพบว่าตนเองสามารถอ่านได้เร็วขึ้นกว่าเดิมหลาย

สรุปจากบทความ

การอ่านเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตของคนเรา เพราะคนเราจะเกิดความรู้ได้เกิดจากการอ่านหนังสือด้วยตนเอง เพราะฉะนั้นการอ่านหนังสือให้เร็ว และว่องไวก็จะทำให้เกิดความรู้ที่มากกว่าคนอื่น เทคนิคการอ่านหนังสือก็จะช่วยให้เราอ่านหนังสือสอบได้อย่างรวดเร็วและเข้าใจมากขึ้น


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: