Posted by: Je L | สิงหาคม 1, 2008

การตั้งคำถาม

การตั้งคำถาม

การตั้งคำถามแบบสลับกิริยาและกรรม

เช่น มีวิธีแก้ปัญหา Worm ในระบบคอมพิวเตอร์อย่างไรได้บ้าง เป็น มีวิธีใช้ Worm มาแก้ปัญหาอย่างไรได้บ้าง

การตั้งคำถามแบบคิดในทางตรงกันข้าม

เช่น จะทำยังไงให้สมัครงานแล้ว เค้าไม่รับเข้าทำงาน แนวคิดแบบนี้ ทำให้เราสามารถวางตัวได้ง่ายขึ้น กรณีคิดไม่ออกว่า จะทำยังไงให้สมัครงานได้

What if? อะไรจะเกิดขึ้น ถ้า…

อันนี้ใช้บ่อยในหนัง Sci-fi เช่น จะเกิดอะไรขึ้นถ้าโลกมีแต่กลางวัน จะเกิดอะไรขึ้นถ้าทุกห้าพันปี มีความมืดหนึ่งครั้ง จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเป็นผู้ชายคนเดียวในโลก

กลวิธีในการดึงผู้เรียนเข้ามามีส่วนร่วม 
การใช้คำถามสร้างพลังคิดและคำถามประจำหน่วยเพื่อยกระดับการเรียนรู้และทักษะการคิดขั้นสูงเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพ แต่ก็ต้องใช้มากกว่าคำถามดีดีแค่ไม่กี่คำถามที่จะสามารถถ่ายโอนการเรียนรู้ได้อย่างแท้จริงและช่วยผู้เรียนให้บรรลุวัตถุประสงค์การเรียนรู้ได้Jackie Walsh และ Beth Sattes (2005), ผู้แต่ง Quality Questioning: Research-Based Practice to Engage Every Learner, กล่าวว่าการรู้วิธีตั้งคำถามเป็นเพียงขั้นแรกปฏิรูปการเรียนรู้ในชั้นเรียนเท่านั้น แต่หากเราต้องการให้นักเรียนทุกคนร่วมตอบคำถาม ก็จำเป็นต้องบอกเกี่ยวกับลักษณะของคำถามแก่นักเรียนและใช้มติของชั้นเรียนในการสนับสนุนการใช้คำถามนั้น

ขั้นตอนในการเปลี่ยนแปลงชั้นเรียนนั้น ต้องทำให้นักเรียนปลอดความกังวล รู้สึกสบายที่จะถามและตอบ ทุกคนต้องเข้าใจว่าไม่มีคำถามใดเป็นคำถามที่ไม่ดี และต้องให้เวลากับนักเรียนในการตั้งคำถาม ถามคำถามและตอบคำถามนั้นๆ

จากนั้น มอบหมายโครงงานที่นักเรียนต้องพยายามตอบคำถามเกี่ยวกับ แนวคิดหลักและให้ข้อมูลรองรับ บอกนักเรียนถึงสถานการณ์จำลองที่เกิดซึ่งจะต้องหาทางแก้ปัญหากันเอง แรกๆ นักเรียนจะยังไม่คุ้นเคยกับคำถามปลายเปิด อาจยังต้องการการชี้แนะเพื่อให้มั่นใจว่ามีหลายคำตอบที่ถูกต้อง ให้สื่อสนับสนุนการเรียนรู้ที่เพียงพอต่อนักเรียน นี่จะเป็นหลักประกันในความสำเร็จของโครงงานและมักจะใช้ในการกำกับดุแลการทำงาน เตือนให้นักเรียนหาเหตุผลมาสนับสนุนการตั้งสมมติฐานของตนเองด้วย

ใช้เวลาในการถามคำถาม ใช้วิธีถามกลับเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนได้คิดทบทวนและอธิบายถึงวิธีคิดของตนเอง จากนั้นท้าทายด้วยคำถามที่ซับซ้อนกว่านั้น ให้ความช่วยเหลือนักเรียนเพื่อให้เข้าใจว่าจะตอบคำถามนั้นอย่างไร โดยอาจจะเริ่มจากคำถามที่ซับซ้อนน้อยๆ ก่อน

เมื่อนักเรียนได้เริ่มศึกษาค้นคว้าและตอบคำถามปลายเปิดด้วยข้อมูลสนับสนุน ก็ถึงเวลาที่ครูต้องถอยออกมาและเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้ให้ความสะดวกในการเรียนการสอนแทน สอนนักเรียนให้รู้วิธีที่จะสร้างคำถามด้วยตนเอง กระตุ้นให้นักเรียนรวบรวมความคิดจากเพื่อนๆ มาตั้งเป็นคำถามใหม่ๆ

ในตอนท้าย ก็จะมีการประเมินผลงานนักเรียน เพื่อพิจารณาถึงประสิทธิภาพของคำถามที่ตั้ง หากนักเรียนไม่สามารถตอบคำถามสร้างพลังคิดและคำถามประจำหน่วยได้ อาจถึงเวลาที่ต้องปรับเปลี่ยนคำถามกัน จำเป็นจะต้องมีการกระตุ้นเด็กใก้เกิดแนวคิดที่ชัดเจนมากขึ้นหรือไม่ หรือจำเป็นจะต้องเตรียมสื่อสนับสนุนการเรียนรู้ให้มากขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่านักเรียนสามารถบรรลุวัตถุประสงค์การเรียนรู้ได้จริง หากนักเรียนยังไม่สามารถบรรลุผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง เป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการเสริมด้วยการฝึกใหม่ ให้นักเรียนรู้สึกมีอิสระในการตั้งคำถามมากขึ้น ตลอดจนกล้าแสดงความคิดเห็นมากขึ้น หากนักเรียนแสดงให้เห็นว่าสามารถใช้ทักษะการคิดขั้นสูง มีการสร้างสรรค์การตอบสนองด้วยตนเอง เราควรมีการปรับเปลี่ยนการทำโครงงานหรือเครื่องมือประเมินเพื่อให้สอดคล้องกับทักษะที่นักเรียนมีหรือไม่ หรือเราจำเป็นต้องมีการฝึกฝนเพิ่มเติมและมีการชี้แนะว่าทำอย่างไรจึงจะตอบคำถามปลายเปิดเหล่านั้นได้

การปฏิรูปห้องเรียนไปเป็นที่ซึ่งนักเรียนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมและสนใจที่จะถามและตอบเกี่ยวกับแนวความคิดหลักจำเป็นต้องอาศัยระยะเวลาและแรงงาน การกำกับดูแลและการปรับเปลี่ยน แต่ผลที่ได้จากการที่นักเรียนสามารถพัฒนาทักษะการคิดและการเรียนรู้ได้นั้น นับว่าคุ้มค่า

 

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: