Posted by: Je L | กรกฎาคม 30, 2008

เทคนิคการพูดเพื่อให้ผู้อื่นเห็นด้วยกับความคิดเห็นของตนเอง


เทคนิคการพูดเพื่อให้ผู้อื่นเห็นด้วยกับความคิดเห็นของตนเอง
     ขณะที่คุณจะพูดแสดงความคิดเห็นของตนเองออกไปสามารถใช้วิธีแกล้งพูดไม่จริงก่อนแล้วจึงพูดความจริงทีหลัง คือว่าเริ่มแรกก็แกล้งเสนอความคิดเห็นซึ่งมีจุดบกพร่องและไม่ตรงกับความคิดเห็นของตนเองเพื่อให้ทุกๆ คนร่วมพิจารณาและแสดงความคิดเห็น หลังจากนั้นก็สรุปความคิดเห็นของคุณ จากนั้นแล้วคุณจึงแสดงความคิดเห็นซึ่งคุณคิดอย่างรอบคอบแล้วออกมา พร้อมกับถือโอกาสมอบอำนาจการตัดสินใจให้กับผู้อื่น เชื่อว่าความคิดเห็นของคุณจะได้รับการยอมรับอย่างง่ายดาย
     ยกตัวอย่างเช่น คุณเสี่ยงลี่เป็นผู้จักการบริษัทแห่งหนึ่ง การพิมพ์ปฏิทินแจกลูกค้าคือหนึ่งในงานที่เธอต้องจัดการ เมื่อถึงคราวที่จะต้องปรึกษาหารือถึงรูปแบบของปฏิทิน เธอจะหารูปแบบของปฏิทินซึ่งไม่เหมือนกันสามชุดให้เพื่อนร่วมงานคัดเลือกวิธีของเธอคือสมมุติว่ารูปแบบของปฏิทินแบบ C คือแบบที่ตนเองชื่อชอบ ส่วนแบบ A และ B มองดูแล้วเกิดความรู้สึกว่ามีปัญหา ในระหว่างปรึกษาหารือกันนั้นเธอจะหยิบปฏิทินแบบ A และ B ขึ้นมาให้เพื่อนร่วมงานพิจารณาก่อน เมื่อเป็นเช่นนี้จะต้องมีทั้งผู้เห็นด้วยและผู้คัดค้านตกลงกันไม่ได้ในขณะที่คุณมีความคิดเห็นแตกต่างกัน เธอจึงหยิบปฏิทินแบบ C ขึ้นมาให้ทุกคนดู เมื่อทุกคนได้เห็นปฏิทินแบบC ต่างร้องเป็นเสียงเดียวกันว่า แบบนี้ซิ เหมาะที่จะเป็นปฏิทินของบริษัทแค่นี้เอง ปฏิทินแบบ C ก็ได้รับความเห็นชอบจากทุกๆ คนแต่ถ้าหากว่า เริ่มต้นคุณเสี่ยงลี่ ก็หยิบปฏิทินแบบ C ขึ้นมาพร้อมกับกล่าวว่า แบบ C ดีที่สุดเพื่อนร่วมงานจะมีความรู้สึกว่าตนเองถูกบังคับ ดังนั้นเป้าหมายของการวิพากษ์วิจารณ์ก็จะพุ่งตรงไปยังปฏิทินแบบ C เมื่อเป็นเช่นนี้โอกาสซึ่งปฏิทินแบบ C ก็จะได้รับความเห็นชอบคงน้อยเต็มที

 


Responses

  1. เทคนิคการพูดเพื่อให้ผู้อื่นเห็นด้วยกับความคิดเห็นของตนเอง
    ขณะที่คุณจะพูดแสดงความคิดเห็นของตนเองออกไปสามารถใช้วิธีแกล้งพูดไม่จริงก่อนแล้วจึงพูดความจริงทีหลัง คือว่าเริ่มแรกก็แกล้งเสนอความคิดเห็นซึ่งมีจุดบกพร่องและไม่ตรงกับความคิดเห็นของตนเองเพื่อให้ทุกๆ คนร่วมพิจารณาและแสดงความคิดเห็น หลังจากนั้นก็สรุปความคิดเห็นของคุณ จากนั้นแล้วคุณจึงแสดงความคิดเห็นซึ่งคุณคิดอย่างรอบคอบแล้วออกมา พร้อมกับถือโอกาสมอบอำนาจการตัดสินใจให้กับผู้อื่น เชื่อว่าความคิดเห็นของคุณจะได้รับการยอมรับอย่างง่ายดาย
    ยกตัวอย่างเช่น คุณเสี่ยงลี่เป็นผู้จักการบริษัทแห่งหนึ่ง การพิมพ์ปฏิทินแจกลูกค้าคือหนึ่งในงานที่เธอต้องจัดการ เมื่อถึงคราวที่จะต้องปรึกษาหารือถึงรูปแบบของปฏิทิน เธอจะหารูปแบบของปฏิทินซึ่งไม่เหมือนกันสามชุดให้เพื่อนร่วมงานคัดเลือกวิธีของเธอคือสมมุติว่ารูปแบบของปฏิทินแบบ C คือแบบที่ตนเองชื่อชอบ ส่วนแบบ A และ B มองดูแล้วเกิดความรู้สึกว่ามีปัญหา ในระหว่างปรึกษาหารือกันนั้นเธอจะหยิบปฏิทินแบบ A และ B ขึ้นมาให้เพื่อนร่วมงานพิจารณาก่อน เมื่อเป็นเช่นนี้จะต้องมีทั้งผู้เห็นด้วยและผู้คัดค้านตกลงกันไม่ได้ในขณะที่คุณมีความคิดเห็นแตกต่างกัน เธอจึงหยิบปฏิทินแบบ C ขึ้นมาให้ทุกคนดู เมื่อทุกคนได้เห็นปฏิทินแบบC ต่างร้องเป็นเสียงเดียวกันว่า “แบบนี้ซิ เหมาะที่จะเป็นปฏิทินของบริษัท” แค่นี้เอง ปฏิทินแบบ C ก็ได้รับความเห็นชอบจากทุกๆ คนแต่ถ้าหากว่า เริ่มต้นคุณเสี่ยงลี่ ก็หยิบปฏิทินแบบ C ขึ้นมาพร้อมกับกล่าวว่า “แบบ C ดีที่สุด” เพื่อนร่วมงานจะมีความรู้สึกว่าตนเองถูกบังคับ ดังนั้นเป้าหมายของการวิพากษ์วิจารณ์ก็จะพุ่งตรงไปยังปฏิทินแบบ C เมื่อเป็นเช่นนี้โอกาสซึ่งปฏิทินแบบ C ก็จะได้รับความเห็นชอบคงน้อยเต็มที


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: