Posted by: Je L | มิถุนายน 24, 2008

ศาสตร์ที่ถูกละเลย

เรื่องต่างๆ  ที่ผิดพลาดมาจากการฟัง  การฟัง ศาสตร์ที่ถูกละเลย

วิชาฟัง” ดูจะเป็นวิชาที่ไม่น่าตื่นเต้น และไม่เห็นความสำคัญแม้น้อย ก็เรามีหูเอาไว้ฟัง ก็น่าจะจบ

ได้อ่านบทความจากชมรมจิตวิวัฒน์ ใน นสพ.มติชน เขียนโดย อ.วิศิษฐ์ วังวิญญู
ท่านบอกว่า เรากำลังละเลยทุกวันนี้ เขามีแต่การฝึกพูด พูด ให้เก่ง พูดให้เป็นหากมองในแง่โครงสร้าง ก็จะเปรียบ เหมือนการสอนวิชาสร้างบ้านนะครับ สร้างให้สวยงามกี่ชั้น ก็เลือกเอา แต่ลืมการลงเสาเข็ม

ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์ ศัพท์เทคนิคก็คือมีแต่ OUT PUT แต่ขาด IN PUTความจริงแล้ว คนเราฉลาดก็มาจากการฟังมาก่อนทั้งสิ้นใครที่ฟังคนอื่นไม่เป็น ก็มักจะมีความคิดคับแคบหรือตื้นเขินใครเกิดชาตินี้โชคดีที่ฉลาดก็จริง แต่ถ้าไม่ขวนขวายฝึกเป็นผู้ฟังที่ดี เขาก็จะจมอยู่แค่ระดับนั้น และเริ่ม นับถอยหลังได้เลยสุ-จิ-ปุ-ลิ ๔ ทหารเสือแห่งการเรียนรู้สู่ความเป็นปราชญ์ สู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบสุ” มีฐานะเป็นพี่ใหญ่!จริงครับ “การอ่าน” ถือเป็นการเรียนรู้ก็จริง แต่ก็ไม่ทรงประสิทธิภาพเท่า”การฟัง”เพราะการฟังสามารถพัฒนาคุณธรรม พัฒนาพฤติกรรมของเจ้าตัวได้มากมาย แถมยังช่วยคนอื่น ให้พ้นทุกข์นับตั้งแต่การให้เกียรติคนอื่น การหัดเข้าใจคนอื่น การเคารพความคิดของเขา การเอื้ออาทรต่อเขา ฯลฯ และผลพวงที่ตามมาก็คือ เราจะเป็นคนฉลาด และมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่สมบูรณ์ขึ้นเป็นเรื่องที่น่าห่วงใยนะครับ การศึกษาสอนให้กล้าคิด-กล้าทำ-กล้าแสดงออก-กล้าพูดแต่ไม่มีเรื่อง “กล้าฟัง”

เล่อเจิ้งเจ่อ” ปราชญ์สมัยเดียวกับขงจื้อ มีอาการดีใจที่ทราบว่า มีนายอำเภอ คนหนึ่งจะมาปกครอง ที่ดีใจมิใช่นายอำเภอ คนนั้นมีการศึกษา มีเชื้อพระวงศ์เป็นขุนนางเก่า ฯลฯ แต่เป็นเพราะ “ใจกว้าง” คนใจกว้างเท่านั้นที่ทำให้มีปรโตโฆสะ คือ “กล้าฟัง” “คนกล้าฟัง” เขาจะทำงานเก่ง และมีคนพร้อม ช่วยเหลือมากมาย นี้คือหัวใจของนับริหารทีเดียวนะครับอาจารย์สอนคนหูหนวก ท่านให้ข้อคิดว่า คนตาบอดจะมีโอกาสเรียนได้สูง และลึกซึ้งกว่าคนหูหนวก เพราะเขามี “หู”ความสุนทรีย์ ความประณีต ความละเอียดอ่อนของชีวิตจะลึกซึ้งได้ต้องมาจากการฟัง !เด็กวัยรุ่นวันนี้กลายเป็นเด็กพันธุ์ใหม่ ที่คล้ายกันคือ ขี้เหงา ไม่มีระเบียบวินัย หลงตัวเอง ความสามารถต่ำแต่เชื่อไหมครับ “การฟัง” จะเป็นพฤติกรรมในการฝึกทักษะเหล่านี้ได้วิธีการฝึกฟังมีหลายวิธีที่น่าศึกษานะครับ แม้แต่การหัดนั่งสมาธิสั้นๆ วันละ ๓-๔ ครั้ง ครั้งละ ๕-๑๐ นาทีการนั่งสมาธิก็เป็นลีลาการฝึกฟังอีกวิธีหนึ่ง นั่นก็คือ ฟังเสียงแห่งความเงียบในป่าพงไพร ความตื่นตัวเป็นเรื่องสำคัญ หูต้องไว จมูกต้องไว ถึงจะรอดในป่าดงคอนกรีตก็เช่นเดียวกัน การหัดฟังเป็นการฝึกทักษะทางหู เราจะมีปฏิกริยาต่อสิ่งแวดล้อม ได้คมชัดขึ้นท่านผู้รู้บอกว่า ความฉลาดฝึกฝนมาจากการฟัง พูดมากก็โง่มาก ฟังมากก็ฉลาดมาก แต่ถ้าไม่พูดเลย คือว่าโง่ที่สุดนะครับ !หลักการอยู่ร่วมกันของหมู่สงฆ์ ท่านจะมีการ “ปวารณา” ซึ่งกันและกัน พร้อมที่จะรับฟังคำติงเตือน

ในการทำสังฆกรรม สวดปาติโมกข์ทุกครั้ง พระสงฆ์จะเปิดใจเพื่อให้ผู้อื่นติงเตือนมีการเปล่งกล่าวต่อหมู่สงฆ์ว่าพร้อมจะฟัง นี้คือพุทธประเพณีที่ถ่ายทอดกันมานานนับพันๆ ปีและข้อสำคัญอีกข้อหนึ่งก็คือ เมื่อถูกท้วงติงแม้ไม่ถูกต้องก็ตาม “ห้ามเถียง” ให้รับฟังไว้ก่อนน่าเสียดายที่วันนี้ มีบางสำนักเท่านั้นที่ยังคงพุทธประเพณีนี้ไว้อย่างไรก็ตามเราพบว่า หมู่กลุ่มที่พัฒนานั้นต้องพร้อมที่จะฟังการปิดกั้นคือความตกต่ำของหมู่กลุ่มนี้คือเครื่องชี้วัดหมายเลข ๑ ทีเดียว นะครับ

ผมมีบทความ ๒ ชิ้นที่น่าสนใจ จึงขออนุญาตลอกมาเล่าสู่กันฟัง ไม่ทราบว่าใครเป็นเจ้าของ

การฟังคนอื่น มิใช่เป็นการเรียนรู้ ความคิดของเขาเท่านั้น แต่เป็นการแสดงความเห็นว่า เราเคารพความรู้สึกของผู้อื่นด้วยทำความรู้จักเพื่อนใหม่อีกคนหนึ่ง เท่ากับเปิดโลกกว้างออกไปอีกส่วนหนึ่ง”
การฟัง อาจจะเป็นของขวัญแสนงามที่เราสามารถมอบให้ใครสักคน

การฟัง เป็นการบอกกล่าวมิใช่ด้วยคำพูด แต่ด้วยสายตา ด้วยใบหน้า ด้วยรอยยิ้ม และด้วยสรีระ ร่างกายว่า
เธอเป็นบุคคลสำคัญสำหรับฉัน
เธอน่าสนใจ และฉันมีความสุขที่เธออยู่ที่นี่”
การฟัง เริ่มด้วยการเงียบ
การฟัง คือการต้อนรับผู้อื่น ยอมรับเขาอย่างที่เขาเป็น
การฟัง มิใช่ความปรารถนาให้เขาเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
การฟัง คือการเรียนรู้ที่จะค้นพบคุณลักษณะพิเศษของอีกฝ่ายหนึ่ง

การฟัง คือการเปิดรับความคิดทุกอย่าง ทุกเรื่อง ทุกประสบการณ์ ทุกหนทางแก้ไข โดยไม่ตัดสิน ไม่ตีความ แต่ปล่อยให้อีกฝ่ายมีเวลาที่จะค้นพบหนทาง ของตัวเอง การใส่ใจฟังคนหนึ่ง ที่กำลังทุกข์ ทรมาน มิใช่การแสวงหาวิธีแก้ไขปัญหา หรือให้คำอธิบายถึงความทุกข์ของเขา แต่เปิดโอกาสให้เขา ได้พูด และพบหนทางของเขา ที่จะปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระ

การฟัง คือ การให้สิ่งที่เราเองอาจจะไม่เคยได้รับมาก่อน นั่นคือ ความใส่ใจ เวลา และการอยู่ใกล้ๆ ด้วยความรัก

ดอกหญ้า อันดับที่ ๑๑๗ ม.ค. – ก.พ. ๒๕๔๘ –

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: