Posted by: Je L | มิถุนายน 22, 2008

การคิดเชิงกลยุทธ์

การคิดเชิงกลยุทธ์
 ความหมายของกลยุทธ์
กลยุทธ์ มีความหมายเหมือนคำว่ายุทธศาสตร์ เดิมใช้ในความหมายที่เกี่ยวข้องกับการรบ มาจากภาษาอังกฤษว่า strategy ใช้ครั้งแรกในวงการทหารและการทำสงคราม หมายถึง ศิลปะในการวางแผนยุทธศาสตร์และการบัญชาการรบเพื่อเอาชนะศัตรู มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก ว่า stratēgia หมายถึง การบัญชาการกองทัพด้วยจุดหมายต้องการพิชิตศัตรู
การใช้คำทั้งสองคำนี้ในภาษาไทยอาจใช้สลับกันไปบ้าง แต่ให้เข้าใจไว้ร่วมกันว่า กลยุทธ์และยุทธศาสตร์มีความหมายเหมือนกัน คือถ้าหากเราพูดถึงแผนการรบ เราจะใช้คำว่า
แผนยุทธศาสตร์ ต่อมามีการนำการวางแผนยุทธศาสตร์มาประยุกต์ใช้กับการบริหารธุรกิจ ซึ่งเรามักจะนิยมใช้คำว่า กลยุทธ์ มากกว่า ยุทธศาสตร์
ดังนั้น กลยุทธ์ หมายถึง วิธีการหรือแผนการคิดที่คิดขึ้นอย่างรอบคอบ มีลักษณะเป็นขั้นเป็นตอน มีความยืดหยุ่นพลิกแพลงได้ตามสถานการณ์ มุ่งเพื่อเอาชนะคู่แข่งขันหรือเพื่อหลบหลีกอุปสรรคต่าง ๆ จนสามารถบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ
ตัวอย่างกลยุทธ์ในเรื่องต่าง ๆ เช่น
ในการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน การมีกลยุทธ์จะช่วยในการหาทางเลือกที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหา และช่วยไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง
ในการนำชีวิตสู่ความสำเร็จ การมีกลยุทธ์จะช่วยในการหาวิธีการที่ดีที่สุดเพื่อไปถึงเป้าหมาย เช่น กลยุทธ์การอ่านหนังสือได้เร็วและมีประสิทธิภาพ กลยุทธ์การบริหารเวลา เป็นต้น
ความหมายของการคิดเชิงกลยุทธ์
การคิดเชิงกลยุทธ์ (Strategic Thinking) จัดเป็นพื้นฐานความสามารถทางการคิดประการหนึ่งของมนุษย์
การคิดเชิงกลยุทธ์ หมายถึง ความสามารถในการหาวิธีการหรือทางเลือกที่ดีที่สุด ภายใต้สภาวะต่าง ๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ
ลำดับขั้นตอนการคิดเชิงกลยุทธ์
ขั้นที่ 1 การกำหนดเป้าหมายที่ต้องการจะไปให้ถึง
ขั้นที่ 2 การวิเคราะห์และประเมินสถานะ
ขั้นที่ 3 การหาทางเลือกกลยุทธ์
ขั้นที่ 4 การวางแผนปฏิบัติการ
ขั้นที่ 5 การวางแผนคู่ขนาน
ขั้นที่ 6 การทดสอบในสถานการณ์จำลอง
ขั้นที่ 7 การลงมือปฏิบัติการ
ขั้นที่ 8 การประเมินผล
การคิดเชิงกลยุทธ์มีลักษณะเป็นกระบวนการคิด เกิดขึ้นเมื่อมี เป้าหมาย บางอย่างที่ต้องการทำให้สำเร็จ เช่น ได้รับสิ่งที่ต้องการ ชนะการแข่งขัน ทำให้ปัญหาหมดไป เป็นต้น การจะบรรลุเป้าหมายต้องมีการกำหนดทางเลือกที่คิดว่ามีโอกาสประสบความสำเร็จมากที่สุด โดยการวิเคราะห์และประเมินสถานะ ซึ่งประกอบด้วย การประเมินกำลังความสามารถของตนเอง (การรู้จุดอ่อนและจุดแข็งของตนเอง) การประเมินสิ่งแวดล้อม (การรู้จักคู่ต่อสู้ (ถ้ามี) คือการรู้จุดอ่อนและจุดแข็งของคู่ต่อสู้ การรู้โอกาสและอุปสรรค) การคาดการณ์อนาคตที่อาจเกิดขึ้น (การรู้ความไม่แน่นอนของอนาคต) จากนั้นจึง หาทางเลือกกลยุทธ์ ที่คิดว่ามีโอกาสประสบความสำเร็จมากที่สุด เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายที่วางไว้ แล้วเริ่ม การวางแผนปฏิบัติการ เป็นการชี้ให้เห็นถึงวิธีการต่าง ๆ ที่จะทราบว่าจะต้องทำอะไรบ้างจึงจะไปถึงเป้าหมาย เป็นการปิดช่องว่างระหว่างสถานะปัจจุบันกับสถานะเป้าหมาย และใช้ การวางแผนคู่ขนาน คือการหามาตรการต่าง ๆ ให้เป็นทางเลือกที่หลากหลาย เพื่อเตรียมพร้อมปรับตัวในสภาพแวดล้อมที่ไม่แน่นอน เช่น การมีแผนหลักเป็นแผน A แต่ถ้าสถานการณ์เปลี่ยนแปลงจะใช้แผน B หรือแผน C เป็นต้น แต่ทั้งนี้ทุกแผนจะอยู่ภายใต้เป้าหมายที่ได้วางไว้
การทดสอบในสถานการณ์จำลอง เป็นการทดสอบแผนการดำเนินงานในสนามทดลอง โดยการจำลองเหตุการณ์ที่สร้างขึ้นตามแผนที่วางไว้ เพื่อดูปฏิกิริยาตอบสนองต่อสถานการณ์ และดูความสามารถในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ช่วยให้ทีมงานมีความมั่นคง ไม่ตื่นตระหนกกับเหตุบังเอิญต่าง ๆ เพราะได้มีการคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว เมื่อผ่านขั้นตอนทั้ง 6 ขั้นตอนที่กล่าวข้างต้นแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การลงมือปฏิบัติการ ถือเป็นขั้นตอนที่ยากที่สุด เพราะจะต้องดำเนินการอย่างมีความยืดหยุ่นตามสถานการณ์ ซึ่งอาจจะไม่สอดคล้องกับแผนที่ได้กำหนดไว้แล้วล่วงหน้า แต่เป็นการปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงที่ได้เผชิญ เพื่อไปสู่เป้าหมายที่กำหนด ขั้นตอนสุดท้ายคือ การประเมินผล เป็นการประเมินว่าบรรลุเป้าหมายหรือไม่ หรือเข้าใกล้เป้าหมายเพียงใด เป็นการตรวจสอบผลสำเร็จ หรือผลล้มเหลว (ถ้ามี) ที่เกิดขึ้น หากพบว่ามีผลล้มเหลวเกิดขึ้น จะต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนกลยุทธ์ต่อไปการคิดเชิงกลยุทธ์เป็นอีกหนึ่งมิติการคิดที่สำคัญอย่างยิ่งที่เราทุกคนควรเรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตทั้งในเรื่องของการแก้ปัญหาการตัดสินใจ และการวางแผน
เพื่อบรรลุเป้าหมาย ความสำเร็จในอนาคต

 

 

 

 

มันสมองและทักษะการคิด

กล่าวกันว่าความคิดที่ว่ามันสมองของคนเราจะดีหรือชั่วก็เป็นมาแต่กำเนิด และเปลี่ยนแปลงไม่ได้นั้น ถือเป็นความเข้าใจผิดอย่างยิ่ง เพราะกิจการทุกสิ่งในโลกนี้ที่คนเราทำได้นั้นก็เนื่องมาจากการฝึกฝนอบรมแทบทั้งสิ้น

การที่คนเราปั่นจักรยานซึ่งมี 2 ล้อได้โดยไม่ล้ม ก็เพราะการฝึกหัด ท่านสุนทรภู่แต่งกลอนแปดได้อย่างยอดเยี่ยมก็เพราะท่านหัดแต่ง การที่พวกเราอ่านหนังสือออก เขียนหนังสือได้ก็เพราะเราเรียน ไม่มีใครทำของเหล่านี้เป็นมาแต่อ้อนแต่ออก

เพราะฉะนั้น วาทะที่ว่าไม่มีนิสัย ทำไม่ได้ คนเราผิดกัน และอะไรต่ออะไรต่างๆ นั้น ผู้รู้ท่านกล่าวว่า ล้วนเป็นของแก้ตัวของคนเกียจคร้าน ที่จะเก็บเอาความโง่ใส่ข้างโลงเวลาตายทั้งสิ้น”

 มันสมองดีจะต้องประกอบด้วยองค์ 3

คนที่มีมันสมองดีหรือคนหัวดี” ก็คือคนที่คิดอะไรได้รวดเร็ว หรือที่เรียกว่า “หัวแล่น” หรือ “หัววิ่ง” (เช่น ให้บอกประโยชน์ของผ้าขาวม้า คนหัวแล่นดี จะบอกประโยชน์ของผ้าข้าวม้าได้มากกว่าคนหัวแล่นช้า) แต่ความคิดรวดเร็วเท่านั้นยังไม่พอ เพราะคนที่คิดเร็วแต่คิดผิดก็มีมาก หรือคนที่คิดได้เร็วและถูกด้วย แต่ความคิดเหล่านั้นกลายเป็นเพียงความฝัน ไม่สามารถจะทำให้เป็นจริงได้ตามที่คิดก็มีอยู่มาก

ดังนั้น คนที่มีสมองดีจริงจะต้องประกอบด้วยองค์  3 คือ (1) คิดได้เร็ว (2) คิดได้ถูก และ (3) ตัวเองทำได้สำเร็จตามความคิดอันนั้นด้วย

การฝึกสมองเหมือนกับการปลูกต้นไม้

ผู้รู้ได้กล่าวเปรียบเอาไว้ว่า การฝึกสมองก็เหมือนกับการปลูกต้นไม้ จำต้องรดน้ำให้เป็นเวลาและทำโดยสม่ำเสมอ อย่าเข้าใจไปว่า ถ้าฝึกวันนี้อย่างเข้มข้น แล้วหยุดฝึกเพราะคิดว่าจะคุ้มไป 7 วันดังนี้เป็นอันขาด เพราะถ้าทำเช่นนั้นก็เท่ากับว่าท่านรดน้ำต้นไม้คราวเดียวถึง 7 เท่าที่ควรรด แล้วหยุดรดไปเสีย 7 วันเช่นนี้ ต้นไม้จะไม่งอกงามได้เลย

ภาพข้างล่างต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของการฝึกทักษะการคิด โดยได้แบ่งออกเป็นการฝึกทักษะการคิดฝ่ายโลก (หยิบยืมมาจากแนวคิด “ผู้ชนะสิบคิด” ของ ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์) และการฝึกสมองฝ่ายธรรม (หยิบยืมมาจากหลักพุทธธรรม ที่เรียกว่า โยนิโสมนสิการ) และท้ายสุด จะขอทิ้งท้ายด้วยกลอนคมๆ ของท่านสุนทรภู่ ดังนี้

 

ผู้ชนะสิบคิด

 

อันความคิดวิทยาเหมือนอาวุธ

ประเสริฐสุดซ่อนใส่เสียในฝัก

สงวนคมสมนึกใครฮึกฮัก

จึงค่อยชักเชือดฟันให้บรรลัย”

สุนทรภู่

 

 

 


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: